Sebaceous Cyst หรือ ซีสต์ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง เป็นซีสต์หรือถุงน้ำขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นใต้ผิว หนังอย่างช้า ๆ โดยสามารถเกิดได้ทั่วร่างกาย มักไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงหรือกลายไปเป็นมะเร็ง ยกเว้นเกิดการติดเชื้อหรือการอักเสบมีขนาดใหญ่ หรือซีสต์ชนิดนี้ขึ้นในบริเวณที่อาจเกิดการเสียดสีบ่อย ๆ 

  • เป็นโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคการ์ดเนอร์ซินโดรม (Gardner’s Syndrome) โรคมะเร็งผิวหนังบางชนิด (Basal Cell Nevus Syndrome) หรือเซลล์ผิวหนังอยู่ผิดตำแหน่งแต่กำเนิด
  • การบาดเจ็บของผิวหนังจากสาเหตุต่างๆ เช่น การเกิดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัด สิว รอยขีดข่วน เมื่อมีการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง อาจทำให้เซลล์ต่างๆ เกิดขึ้นผิดที่ได้
  • การอุดตันของท่อไขมันหรือต่อมเหงื่อ การได้รับรังสียูวี (Ultraviolet light) หรือแสงแดดแรงๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยไม่ทราบปัจจัยเสี่ยงแน่ชัด แต่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงเป็นสองเท่าและพบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 30-40 ปี นอกจากนั้น คือ พบได้บ่อยขึ้นในคนที่มีประวัติเป็นสิวมาก

  • ซีสต์ไขมันผิวหนัง จะมีลักษณะมองเห็นและคลำได้เป็นก้อนกลม ขอบเรียบ สีเดียวกับผิวหนัง (Skin-colored cystic nodule) มักจะพบรูเปิด ก้อนซีสต์มีได้หลายขนาด ตั้งแต่เป็นมิลลิเมตรไปจนถึงเป็นหลายๆเซนติเมตร (0.5-5 ซม.) อาจมีก้อนเดียว หรือหลายๆ ก้อน
  • ก้อนสามารถจับให้เคลื่อนไปมาได้เล็กน้อย พบได้ทุกบริเวณของผิวหนัง ทั้งใบหน้า หนังศีรษะ แขนขา ลำตัว และอวัยวะเพศ มักไม่มีอาการ ในบริเวณอัณฑะ (Scrotal cyst) สามารถพบซิสต์ได้หลายจุด และมักมีลักษณะแข็งมีหินปูนเกาะ (Calcification)
  • ซีสต์ไขมันผิวหนังไม่มีอาการ และไม่เปลี่ยนเป็นมะเร็ง จึงไม่จำเป็นต้องทำการรักษา แต่หากต้องการกำจัดก้อนซีสต์ สามารถทำได้โดยการผ่าตัดโดยต้องเอาถุงซิสต์ออกให้หมด


  • ถ้ายังมีถุงอยู่ก็สามารถเป็นก้อนซ้ำได้อีกในตำแหน่งเดิม อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการอักเสบติดเชื้อ การรักษาคือการให้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการผ่าเอาสารภายในซีสต์หรือหนองออกก่อน อาจร่วมกับการฉีดยาต้านการอักเสบเข้าไปในซีสต์ด้วย

ผลข้างเคียงที่พบได้จากซีสต์ไขมันผิวหนัง คือ การติดเชื้อในซีสต์ ก่อให้เกิดอาการ บวม แดงเจ็บที่ก้อน อาจมีไข้ได้ อย่างไรก็ตาม ซีสต์ในลักษณะนี้ไม่ค่อยเป็นอันตราย แต่อาจเสี่ยงเกิดความผิดปกติหรือกลายเป็นมะเร็งได้ โดยผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดหากสังเกตพบอาการดังต่อไปนี้

  • ก้อนซีสต์ขยายใหญ่มากกว่า 5 เซนติเมตร
  • มีก้อนซีสต์โตขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วหลังจากผ่าออกไปแล้ว
  • พบสัญญาณการติดเชื้ออื่น ๆ เช่น มีอาการปวด เกิดรอยแดง มีหนอง เป็นต้น
  • ศีรษะ / ใบหน้า
  • คอ / หน้าอก
  • หลัง
  • อวัยวะเพศ
  • แขน / ขา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / รับคำปรึกษาฟรี

เบอร์โทร 075-636099, 064-5534003

การกำจัดไฝ ไม่ใช่เรื่องยาก วิธีการมีด้วยกันหลายวิธี แต่ปัจจุบันวิธีที่ได้รับความนิยมและจัดว่าปลอดภัย ก็คือ การใช้เลเซอร์รักษา หรือ การรักษาโดยการผ่าตัด

1. การใช้เลเซอร์ นิยมทำในกรณีที่ไฝมีขนาดไม่ใหญ่มาก ซึ่งเลเซอร์ที่ใช้ในการกำจัดไฝ คือ CO2 โดยก่อนเลเซอร์แพทย์จะทายาชาบริเวณที่จะรักษา ต้องรอเวลายาชาออกฤทธิ์นานประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรืออาจฉีดยาชาเฉพาะที่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ การใช้เลเซอร์สามารถทำได้ทีละหลายๆ เม็ด โดยไม่จำกัดจำนวน หลังทำเลเซอร์เสร็จแล้ว แพทย์จะทายาป้องกันการติดเชื้อ และติดพลาสเตอร์เล็กๆไว้ เพื่อป้องกันการสัมผัสน้ำ 1 วันหลังทำ เมื่อแกะพลาสเตอร์ออกและสามารถสัมผัสน้ำได้ และทายาป้องกันการติดเชื้อ ประมาณ 7 วัน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดโดยตรง


เนื่องจากอาจทำให้แผลดำคล้ำขึ้น แต่ถ้าจะใช้ครีมกันแดดทา ควรกระทำหลังจากแผลหายเป็นปกติแล้ว และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณแผลเลเซอร์ หรือแผลผ่าตัด จนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ


2. การผ่าตัด วิธีนี้แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่รอบบริเวณไฝแล้วจึงตัดออก จากนั้นก็จะเย็บปิดแผล โดยใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที แผลเป็นที่เกิดจากรอยเย็บเป็นเพียงรอยผ่าเส้นเล็กๆ และจะค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลา การผ่าตัดจะใช้ได้ดีสำหรับไฝที่มีขนาดใหญ่ เพราะสามารถตัดได้ลึกเพื่อเอาไฝออกได้ทั้งหมด และหลังผ่าตัดห้ามแผลสัมผัสกับน้ำจนกว่าจะตัดไหม ซึ่งแพทย์จะนัดตัดไหมประมาณ 5-10 วัน หลังการผ่าตัด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / รับคำปรึกษาฟรี

เบอร์โทร 075-636099, 064-5534003

ผ่าตัดหลุมสิว เป็นวิธีรักษาหลุมสิวชนิดหนึ่ง เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับคนที่มีปัญหารอยแผลเป็นจากสิว หรือหลุมสิวที่มีลักษณะลึกและกว้าง ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายด้วยวิธีการอื่น เช่น การยิงเลเซอร์ , การทำ Subcision , การกระตุ้นด้วยกรด หรือการกระตุ้นด้วยเข็ม



โดยขนาดหลุมสิวที่เหมาะจะรักษา คือหลุมสิวขนาดไม่เกิน 3 มิลลิเมตร สามารถปกปิดรอยหลุมสิวได้อย่างรวดเร็วทันใจ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว ความลึก ความกว้าง ลักษณะของรอยหลุมและการตอบสนองของแต่ละบุคคลด้วย และบางรายอาจจะต้องใช้หลายๆเทคนิควิธีการรักษาผสมผสานร่วมกัน และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำการรักษา สามารถปฏิบัติตัวและไปทำงานได้ตามปกติ

  • หลุมสิวหายทันใจ ถ้าเป็นการเย็บปิดหลุมสิวมันก็แทบจะหายไปเลย แต่ต้องมานั่งรักษารอยแผลจากการเย็บให้หายอีกที

ทำครั้งเดียวจบ ปกติการรักษาหลุมสิวด้วยวิธีนี้จะทำแค่ครั้งเดียว คือเย็บครั้งเดียวปิดแล้วปิดเลย ไม่ต้องมาทำซ้ำๆ เหมือนการยิงเลเซอร์ หรือการกระตุ้นด้วยเข็ม

  • ค่าใช้จ่ายไม่แพง ถึงแม้จะคิดราคาเป็นหลุม แต่ก็ไม่ต้องทำบ่อย และเห็นผลชัดเจน ซึ่งเทียบกับเลเซอร์ที่ต้องซื้อคอร์สเป็นหลักหมื่น วิธีนี้คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า
  • อาจมีรอยแผลเป็นเกิดขึ้น เนื่องจากวิธีการ ศัลยกรรมหลุมสิว เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมแบบเล็กๆ ดังนั้นผลข้างเคียงที่อาจตามมาก็คือ รอยแผลเป็น ซึ่งจริงๆ แล้วรอยแผลเป็นที่ว่าก็ไม่น่ากังวลสักเท่าไร เพราะเป็นรอยแผลที่มีขนาดเล็ก ปกติจะหายได้เอง แต่ก็สามารถใช้เลเซอร์ยิงเพื่อให้รอยแผลหายเร็วขึ้นได้
  • เจ็บกว่าวิธีอื่น รักษาหลุมสิวด้วยเข็มว่าเจ็บแล้ว แต่วิธีนี้เจ็บยิ่งกว่า เพราะเป็นการนำมีดผ่าตัดมากรีดหน้า ระหว่างมีฤทธิ์ยาชาอาจจะยังไม่รู้สึกเจ็บ แต่ถ้าหากหมดฤทธิ์ยาชาแล้วอาจจะเจ็บมาก
  • ต้องเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญ เนื่องจากวิธีรักษานี้ เป็นการศัลยกรรมผ่าตัด เรียกง่ายๆ ว่าเป็นงานละเอียด ต้องใช้ฝีมือ ความชำนาญ และประสบการณ์ในระดับหนึ่ง หากแพทย์ที่ทำไม่เก่งแล้ว อาจทำให้ผลการรักษาหลุมสิวออกมาไม่ดี ไม่ได้ผลอย่างที่เราต้องการ
  • คนที่เป็นหลุมสิวไม่มาก แต่เป็นหลุมกว้างและลึก
  • คนที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หาย
  • คนที่อยากให้หลุมสิวหายแบบทันใจ
  • คนที่ไม่กลัวการผ่าตัด
  • คนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / รับคำปรึกษาฟรี

เบอร์โทร 075-636099, 064-5534003

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy