สิวอุดตัน เกิดจากอะไร สิวอุดตันหรือสิวไขมันอุดตัน คือสิวไม่อักเสบประเภทหนึ่ง มีลักษณะเป็นสิวหัวนูนออกมาจากผิวหนัง เมื่อจับไปจะรู้สึกถึงความไม่เรียบ เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนบนผิวหนัง บางครั้งสิ่งอุดตันที่เราเรียกกันว่าหัวสิว ก็โผล่ออกมาให้เห็นได้จากภายนอกเช่นกัน มีด้วยกันทั้งหมด 2 ชนิด ได้แก่

1. สิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวหัวดำ (Blackheads) จะมีลักษณะเป็นสิวหัวดำแข็งๆ สามารถเห็นหัวสิวได้จากภายนอก ในระยะแรกๆ หัวสิวของสิวอุดตันหัวดำจะเห็นเป็นสีขาวเหลือง ซึ่งเป็นสีของเคราตินและไขมัน แต่เมื่อหัวสิวสัมผัสกับอากาศระยะหนึ่ง หัวสิวจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ และเปลี่ยนสีเป็นสีดำ

วิธีการรักษาสิวหัวดำ สิวหัวดำอาจรักษาให้หายเองได้และไม่ต้องไปรับการรักษาจากแพทย์ เช่น การใช้ยารักษาสิวที่ช่วยลดการอุดตันของสิว และการดูแลผิวหน้าป้องกันการอุดตันของรูขุมขน


2. สิวอุดตันหัวปิดหรือสิวหัวขาว (Whiteheads) มีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็กๆ หัวขาว ไม่สามารถมองเห็นหัวสิวได้จากภายนอก แต่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่าเป็นปุ่มนูนขึ้นมาเกิดจากการอุดตันภายในรูขุมขน เมื่อแบคทีเรีย ซีบัม และเคราตินรวมตัวกันจะเกิดเป็นถุงซีสต์ หากปล่อยไว้ไม่รักษา ถุงซีสต์เหล่านี้จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และดันผนังรูขุมขนให้แตกออก เข้าสู่ผิวหนังและเกิดการอักเสบ เป็นที่มาของ สิวอักเสบ (Cystic space)

วิธีรักษาสิวหัวขาว สามารถกดหัวสิวออกมาได้ เป็นการรักษาวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันเพื่อป้องกันสิวหัวขาวพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบ แต่การรักษาโดยการกดสิวนั้นควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

สิวอักเสบเกิดจากอะไร สิวอักเสบ (Inflammatory Ance) เกิดจากปฎิกิริยาของผิวหนังต่อสิ่งแปลกปลอม ที่มีเชื้อแบคทีเรียกชื่อว่า C.acnes เป็นปัจจัยที่สำคัญ โดย C.Acnes มีเอนไซม์ lipase ย่อยไขมันจนเกิดเป็นกรดไขมัน (free fatty acid) ออกมาข้างนอกบริเวณผิวหนัง กระตุ้นให้เกิดการอักเสบและ C.acnes ยังกระตุ้นให้มีการหลั่ง protease cytokines ที่ทำให้เกิดการอักเสบเช่นกัน แบคทีเรียชนิดนี้มักพบในต่อมไขมัน สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ

1. สิวตุ่มแดง (Papule) จะเป็นสิวหัวแดง หรือสิวแดงกลมๆขนาดเล็กไม่เกิน 0.5 ซม. เมื่อสัมผัสหรือลูบที่หน้าจะรู้สึกเป็นนูนๆไตแข็งๆใต้ผิวหนัง ผิวไม่เรียบเนียน ไม่มีหัวหรือหนอง รู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อสัมผัส อาจเกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อแบคทีเรียผสมกับการอุดตันของรูขุมขน หรือพัฒนาจากสิวอุดตันที่ถูกรบกวนจากการสัมผัส กด บีบ แคะ หรือ แกะ ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปในรูขุมขนที่กำลังเป็นสิวอุดตัน ทำให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบ

วิธีรักษาสิวตุ่มแดง ทำได้ง่ายๆ ด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ควรกด หรือบีบด้วยตัวเองเพราะจะทำให้มีหัวหนอง หากเป็นมากควรปรึกษาแพทย์



2. สิวหัวหนอง (Pustule) มีลักษณะเป็นตุ่มสิวแดงๆ ตรงกลางจะมีจุดสีขาวเหลือง ซึ่งจุดสีขาวเหลือง คือหนองที่เกิดภายใต้ผิวหนัง เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย สิวหัวหนองเกิดจากทั้งแบคทีเรียพร้อมกับการอุดตันของรูขุมขน หรืออาจพัฒนามาจากสิวอุดตัน ที่ถูกรบกวนจากการสัมผัส แกะ บีบ ต่างกันเพียง สิวหัวหนองต้องเกิดการติดเชื้อไปสักระยะหนึ่ง จนหนองก่อตัวขึ้นมาที่ใต้ผิวหนัง

วิธีรักษาสิวหัวหนอง คือการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ควรกด หรือบีบด้วยตัวเองเพราะจะทำให้มีหัวหนอง หากเป็นมากควรปรึกษาแพทย์


3. สิวหัวช้าง หรือสิวตุ่มแดงใหญ่ (Nodule) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดใหญ่ เวลาสังเกตหรือสัมผัสจะรู้สึกว่ามีก้อนขนาดใหญ่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง เมื่อสัมผัสผิวหนังบริเวณที่อักเสบจะรู้สึกแข็งเป็นไต สาเหตุของการเกิดสิวหัวช้างมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ลุกลามเข้าไปถึงชั้นผิวหนังที่ลึกขึ้น ทำให้กลายเป็นสิวหัวช้างที่มีการอักเสบรุนแรง สามารถลุกลามให้เกิดการอักเสบได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหัวสิว

วิธีรักษาสิวหัวช้าง ไม่ควรรักษาเองด้วยการกด หรือบีบ เพราะอาจจะกลายเป็นหลุมสิวขนาดใหญ่ หรือสิวกระจายตัวอักเสบใต้ผิวหนังมากกว่าเดิม ดังนั้นควรไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและทำการรักษา


4.สิวซีสต์ (Acne cysts) เป็นสิวที่มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดงขนาดใหญ่ ภายในเป็นโพรงมีหนองปนเลือดที่เกิดจากการอักเสบรุนแรงใต้ชั้นผิวหนัง สิวซีสต์เป็นสิวที่มีระดับความเจ็บปวดมากที่สุด เป็นสิวที่มีหัวสิวหลายหัวกระจุกตัวรวมกันเป็นไตแข็ง และสามารถขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เป็นสิวเรื้อรัง เป็นแผลเป็น หรือเป็นหลุมสิวขนาดใหญ่

วิธีรักษาสิวซีสต์ ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและทำการรักษา

  • กดสิว + มาร์คฆ่าเชื้อ 400 บาท
  • รักษาสิว 6 ขั้นตอน ครั้งละ 950 บาท (ดูแลครอบคลุม 2 สัปดาห์️) คอร์ส 5,700 บาท / 7 ครั้ง แถมฟรี ทรีทเม้นต์สิว 1 ครั้ง มูลค่า 890 บาท
  1. ประเมินการรักษาโดยแพทย์ (ตรวจรักษาโดยแพทย์ปริญญาโทผิวหนัง)
  2. รับยาทา รับยากิน
  3. ทำความสะอาดใบหน้า
  4. กดสิว
  5. ฉีดสิว
  6. มาร์คสิวเพื่อลดการอักเสบ

รีวิว โปรแกรมรักษาสิว 2 ครั้ง

  • ก่อนรักษา ไม่ควรแต่งหน้าก่อนมาพบแพทย์
  • หลังการรักษา หลังการรักษาครั้งแรกต้องทานยาและทายาอย่างสม่ำเสมอ
  • สามารถรักษาสิวได้ทุกประเภท

โปรแกรมรักษาสิว + เลเซอร์รอยแดง (V-Beam)

ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในการรักษารอยโรค มากกว่า 20 ชนิดเพื่อใช้รักษารอยโรคต่าง ๆ สำหรับใบหน้าและลำตัว เช่น เส้นเลือด รอยแดงสิว ปานแดง และความผิดปกติของเม็ดสี มีความปลอดภัยสูง

"เลเซอร์ที่มีคุณภาพสูงรักษารอยแดงที่ดีที่สุด"

โปรแกรมรักษาสิว + เลเซอร์รอยดำ (Blink Laser)

เลเซอร์รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วยเครื่อง Helios Q-switch Laser เครื่องเลเซอร์มาตราฐานอย.ประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA.) หลังการรักษาเห็นผลลัพท์ชัดเจนเลเซอร์จะจับกับเม็ดสีเมลานินโดยตรง ทำให้เม็ดสีใต้ผิวจางลงทันที ทำให้ผิวหน้าขาวใสขึ้น และกระจ่างใสขึ้น โดยไม่ทำอันตรายผิวชั้นบนผิวไม่บางไม่เจ็บใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ

"เลเซอร์ที่มีคุณภาพสูงรักษารอยดำ"

ไขข้อสงสัย คำถามข้อควรรู้
สามารถรักษาสิวให้หายสนิทเลยได้ไหม
การรักษาสิว สามารถดูแลตามระยะของสิวที่เป็นขึ้นมาแล้ว ให้จาง/หายไปได้  แต่ไม่ได้เป็นการ ป้องกัน สิวที่จะเกิดขึ้นใหม่โดยตรง ดังนั้น อาจจะต้องค้นหาลดสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวร่วมด้วย
ข้อดีของไม้กดสิวเยอรมัน มีอะไรบ้าง
  • กดแล้วไม่ทิ้งรอย
  • เป็นไม้กดสิวจำเพาะต่อการกดสิว
การรับคำปรึกษากับคุณหมอมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
ธัญธารีย์คลินิก ให้บริการปรึกษากับคุณหมอ ที่คลินิกได้ฟรี !! โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / รับคำปรึกษาฟรี

เบอร์โทร 075-636099, 064-5534003

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy