โรคผิวหนัง (Skin Diseases/Dermatological Disorders) คือ สภาวะความผิดปกติหรือการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง เส้นผม เล็บ ต่อมไขมัน และต่อมเหงื่อ ซึ่งผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายและทำหน้าที่เป็นปราการปกป้องอวัยวะภายใน
เมื่อเกิดความผิดปกติ จะแสดงสัญญาณเตือนออกมาหลากหลายรูปแบบ เช่น ผื่นแดง อาการคัน ผิวแห้งลอก ตุ่มน้ำใส หนอง หรือการเปลี่ยนสีของผิวหนัง ซึ่งปัจจัยการเกิดโรคแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลัก
ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน (Autoimmune), พันธุกรรม,
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน, ความเครียด และการเสื่อมสภาพตามวัย
การติดเชื้อ (แบคทีเรีย, เชื้อรา, ไวรัส, พยาธิ), สารเคมีระคายเคือง,
มลภาวะ, แสงแดด (รังสี UV) และสภาวะอากาศ
1) กลุ่มโรคผิวหนังจากการติดเชื้อ (Infectious Skin Diseases)
เกิดจากเชื้อโรคภายนอกที่เข้าสู่ผิวหนังผ่านทางบาดแผล รูขุมขน หรือการสะสมของความอับชื้น







การติดเชื้อแบคทีเรีย
(เช่น ฝี, หนอง, แผลติดเชื้อ)
เกิดเมื่อแบคทีเรีย (เช่น Staphylococcus หรือ Streptococcus) เข้าสู่ชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง ร้อน และมีหนอง







การติดเชื้อเชื้อรา
(เช่น กลาก, เกลื้อน, สังคัง)
มักเกิดในบริเวณที่อับชื้น เช่น ข้อพับ ขาหนีบ หรือเท้ากลาก: เป็นผื่นวงแดง ขอบชัดเจน
เกลื้อน : เป็นดวงสีขาว สีชมพู สีน้ำตาล







การติดเชื้อไวรัส
(เช่น เริม, งูสวัด, หูด)
เริม: ตุ่มน้ำใสกลุ่มเล็กๆ มีอาการแสบร้อน
งูสวัด: เกิดจากไวรัสชนิดเดียวกับอีสุกสุกที่ซ่อนในเส้นประสาท ปวดแสบปวดร้อนลึกๆ
หูด: เกิดจากเชื้อ HPV ทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังหนาแข็งขึ้น
2) กลุ่มโรคจากระบบภูมิคุ้มกันและภาวะอักเสบ (Inflammatory & Autoimmune Diseases)
เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติหรือไวเกินไป จนกลับมาทำลายเซลล์ผิวหนังตนเอง
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
(Atopic Dermatitis / Eczema)
โรคเรื้อรังที่ทำให้ผิวหนังแห้งจัด คันมาก และมีผื่นแดง มักเป็นตามข้อพับแขน ขา และคอ สัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ในครอบครัว
ลมพิษ
(Urticaria)
ผื่นนูนแดง ขอบชัดเจน คันมาก เกิดจากการหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) ในชั้นผิวหนัง ผื่นมักเห่อรวดเร็วและเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้ หายเองได้ใน 24 ชั่วโมง
โรคสะเก็ดเงิน
(Psoriasis)
เกิดจากเซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดผื่นหนา สีแดง มีสะเก็ดสีเงินคลุม เมื่อลอกออกจะมีจุดเลือดซึม มักเกิดบริเวณศอก เข่า และหนังศีรษะ
โรคด่างขาว
(Vitiligo)
เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ถูกทำลาย ทำให้เกิดดวงสีขาวด่างชัดเจนตามร่างกาย
3) กลุ่มโรคจากสารเคมีและสิ่งแวดล้อม (Environmental & Allergic Contact Diseases)
เกิดจากผิวหนังปะทะหรือสัมผัสกับปัจจัยภายนอกโดยตรง
ผื่นแพ้สัมผัส
(Allergic Contact Dermatitis)
เกิดจากการแพ้สารเฉพาะบุคคล เช่น นิเกิลในเครื่องประดับ น้ำหอม สารเคมีในย้อมผม ยาบางชนิด
ผื่นระคายสัมผัส
(Irritant Contact Dermatitis)
เกิดจากสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายชั้นผิวโดยตรง เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ กรด-ด่างเข้มข้น (เป็นได้ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีประวัติแพ้)
ผิวไหม้แดดและอนุมูลอิสระ
(Sunburn & Pigmentation)
แสงแดดทำลาย DNA ในเซลล์ผิว ทำให้เกิดผิวแสบแดง ลอก ตามมาด้วยฝ้า กระ และจุดด่างดำ
4) กลุ่มโรคต่อมไขมันและหนังศีรษะ (Sebaceous & Scalp Disorders)
เกี่ยวข้องกับการทำงานของต่อมไขมันและเชื้อราธรรมชาติบนชั้นผิว
สิว
(Acne)
เกิดจากการอุดตันของไขมัน (Sebum) และเซลล์ผิวที่ตายแล้วในรูขุมขน ร่วมกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย C. acnes กลายเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวหัวหนอง
เซ็บเดิร์ม / ผื่นแพ้ต่อมไขมัน
(Seborrheic Dermatitis)
ผื่นแดง มีคราบขุยมันสีเหลือง มักเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ร่องข้างจมูก คิ้ว หลังหู และหน้าอก
รังแค และหนังศีรษะอักเสบ
(Dandruff and Scalp inflammation)
เกิดจากการลอกตัวของเซลล์ผิวหนังบนศีรษะที่เร็วกว่าปกติ กับปริมาณเชื้อรา Malassezia บนหนังศีรษะ
การดูแลตนเองและการป้องกัน (Prevention & Self-care)
การทำความสะอาดอย่างถูกวิธี
อาบน้ำอุ่นพอดี (หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด) ใช้สบู่ที่มีค่า pH เป็นกลาง (Mild cleanser) ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือสาร SLS ที่กัดกร่อนผิว
กักเก็บความชุ่มชื้น และป้องกันแสงแดด
ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที เพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ในชั้นผิว ทาครีมกันแดด Broad-spectrum (SPF 30+ / PA+++ ขึ้นไป) เป็นประจำทุกวัน
ลดการทำลายชั้นผิว
หลีกเลี่ยงการเกา ขัด แกะ หรือเกาแผล เพราะจะทำให้เกราะป้องกันผิวเสียหายและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
สุขอนามัยส่วนตัว
ไม่สวมเสื้อผ้าอับชื้น ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดตัว หวี) เพื่อป้องกันการติดเชื้อราและไวรัส
การดูแลตนเองและการป้องกัน (Prevention & Self-care)
ผื่นลุกลามรวดเร็ว
ผื่นกระจายตัวทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง
มีสัญญาณการติดเชื้อรุนแรง
มีหนองไหล ผิวหนังปวดบวมแดงร้อนมาก หรือมีไข้สูงร่วมด้วย
กระทบระบบอื่นของร่างกาย
มีผื่นขึ้นร่วมกับอาการตาบวม ปากบวม หายใจติดขัด หรือกลืนลำบาก (สัญญาณของภาวะแพ้รุนแรง Anaphylaxis)
ตุ่มน้ำพองรุนแรง
มีตุ่มน้ำพองหลุดลอกเป็นบริเวณกว้าง หรือมีแผลในช่องปากและดวงตา (อาจเป็นอาการแพ้ยารุนแรง)
อาการไม่ดีขึ้น
ใช้ยารักษาเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ หรืออาการคันรบกวนการนอนหลับอย่างมาก